เปลี่ยนหนี้เพื่อให้เป็นอิสระภาพทางการเงิน แผนการปลดหนี้300%

ซึ่งในวันนี้เราก็จะพูดถึงหลักการที่เป็นหลักการเบื้องต้น เพื่อที่จะเปลี่ยนหนี้ให้เป็นอิสรภาพทางการเงิน ซึ่งหลักการง่ายๆที่ผมอยากให้ทุกคนจำขึ้นใจไว้ก็คือ สำหรับการเปลี่ยนหนี้เพื่อก้าวเข้าสู่อิสรภาพทางการเงิน ก็คือการลงมือทำพร้อมๆกัน ใน3สิ่งต่อไปนี้ผมมั่นใจว่าทำแล้วจะได้ผล300%แน่นอนครับ

1.การลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ และสร้างทรัพย์สินขึ้นมาใหม่ ทำไปพร้อมๆกัน ซึ่งผมจะขออนุญาตอธิบายเพิ่มเติม ซึ่งคนที่มีปัญหาทางด้านหนี้สินนี่ส่วนใหญ่แล้ว คนที่มีหนี้สินและต้องการแก้ไขปัญหาหนี้สินในช่วงต้นๆนี้ส่วนใหญ่พวกเขามักจะมีความคิดที่เหมือนกันก็คือ มุ่งเน้นไปที่การลดรายจ่ายโดยจะพยายามโฟกัสไปที่การลดค่าใช้จ่าย ในทุกๆวัน ซึ่งปัญหาในการแก้หนี้สินในวิธีนี้ก็คือ

2.มันเป็นการแก้ปัญหาแบบผลัดผ่อน ในบางช่วงเวลาเท่านั้นหรืออาจจะทำแค่ให้รอดพ้นจากในระยะเวลาช่วงหนึ่งเดือน

ที่ผมเรียกมันว่าผัดผ่อนก็เพราะว่าต่อให้เดือนนี้ลดค่าใช้จ่าย ที่มากแค่ไหนก็ตาม และต่อให้เราจะประหยัดมากแค่ไหนก็ตาม หนี้ก้อนใหญ่นี้ ต่อให้เราจะจ่ายมันไปเท่าไหร่ก็ตาม ถ้าเดือนนี้เรากินมาม่าทั้งเดือนละเดือนหน้าแล้วก็จะต้องกินมาม่าทั้งเดือน

แต่สิ่งที่ถูกต้องก็คือเราจะต้องโฟกัสไปที่การลดรายจ่ายในระยะยาว การลดรายจ่ายให้คงที่ และลดรายจ่ายให้ได้อย่างถาวร และสิ่งที่เราจะต้องแบกภาระเป็นประจำทุกเดือน จะปรับสลดก็ทำไม่ได้ และใจเหล่านี้อย่างเช่นและจ่ายค่าเช่าบ้านผ่อนบ้าน รายจ่ายผ่อนรถ และจ่ายหนี้บัตรเครดิต หรือถ้าพูดง่ายๆก็คือ ถ้าคุณอยากจะแก้ปัญหาให้เอาหนี้ออก หรือปลดออกไป หรืออย่างน้อยก็ควรที่จะลดขนาดของหนี้ลง คุณจะต้องใช้วิธีการนี้ไม่ใช้บังคับให้ตัวเองจะต้องหยุดทนอยู่ในสภาพ ที่หนี้สินรุงรังแบบนี้ได้

https://m7loan.com/archives/10425

3.วิธีการแก้หนี้โดยการลดรายจ่าย โดยมันอาจจะทำร้ายจิตใจภายใต้จิตสำนึกของเรา เพราะว่ามันมักจะเตือนว่าชีวิตของเรามันกำลังแย่ เราจะต้องลดต้องอดหรือประหยัด จะต้องไม่ใช้จ่ายโดยทั้งที่จริงแล้ว เราไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าการที่คนเราจะจับจ่ายหรือปฏิเสธนั้น เราไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า การที่คนเรานั้นจะจับจ่ายใช้สอย เพื่อเติมเต็มความสุขของตัวเองนั้นหรือว่า ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยในบางทีนั้นมันก็ทำให้เรารู้สึกดีกับตัวเอง

ซึ่งการที่ผมพูดนี่ไม่ได้หมายความว่าจน จนถึงจะไม่มีอะไรจะกินแล้ว แล้วจะต้องไม่ ประหยัดผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น แต่ผมอยากจะบอกว่าวิธีการนี้เป็นวิธีที่ไม่สามารถแก้ปัญหาให้ดีที่สุด แต่วิธีที่ดีที่สุดก็คือจะต้องมี วิธีอื่นควบคู่กันไปด้วย มันถึงจะผ่านมันถึงจะรอดไปได้ ถ้าเราจนนั้นไม่แปลกแต่ถ้าเราจนแล้วเราจะต้องไม่ปล่อยให้จิตใต้สำนึกของเราจนและอัตคัดขัดสนตามเราไปด้วย

สิ่งต่างๆที่เราทำในชีวิต ที่เราทำมันบ่อยๆ เราก็จะคิดและเชื่อในสิ่งนั้น และเมื่อเราเชื่อบ่อยๆและทำบ่อยๆมันก็จะฝังลงไปในจิตใต้สำนึก ซึ่งมันก็จะทำให้มันไปกันใหญ่ดังนั้น หนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์แรกให้เรามุ่งมั่นลดที่ค่าใช้จ่าย จะต้องโฟกัสไปที่รายจ่ายถาวรเท่านั้น และอีกหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ก็คือการสร้างทรัพย์สิน ซึ่งคำนิยามของทรัพย์สินง่ายๆก็คือ เราจะต้องหางานทำเพื่อให้เงิน เข้ากระเป๋าของเรา ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจบ้านเช่าหรืออะไรก็ตามที่เราไม่ต้องทุ่มเทเวลาให้กับมันตลอดเวลา

คิดง่ายๆก็คือถ้าคุณสร้างทรัพย์สินเมื่อตอนคุณมีหนี้อยู่ กระแสเงินสดที่คุณมีทั้งหมดก็จะถูกนำไปจ่ายหนี้ และข้อดีของการใช้ทรัพย์สินจ่ายหนี้ก็คือ คุณไม่จำเป็นที่จะต้องเหนื่อยมาทำงานทุกเดือน เพราะทรัพย์สินจะเป็นตัวที สร้างเงินให้กับคุณ เมื่อคุณนำรายได้จากทรัพย์สินไปทยอยชำระหนี้ คืนเป็นประจำทุกเดือนหนี้ของคุณก็จะค่อยๆลดลง แต่เมื่อวันหนึ่งหนี้ของคุณหมดไป และทรัพย์สินที่คุณสร้างมันก็ยังอยู่ แล้วมันก็ยังสร้างกระแสเงินสดให้กับคนทุกเดือน และถ้าวันหนึ่งคุณทำเพิ่มหรือขยาย กระแสเงินสดแบบนี้เพิ่มขึ้น แล้ววันหนึ่งรายได้ที่ทรัพย์สินเพิ่มขึ้น มันมีมากกว่ารายจ่ายรวมทั้งหมด แบบนี้คนก็อาจจะมีอิสรภาพทางการเงินได้ครับ